วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558

“ขยายพันธุ์กล้วยด้วยวิธี “ผ่าหน่อกล้วย”
ขอนำเสนอวิธีการ “ขยายพันธุ์กล้วยด้วยวิธี “ผ่าหน่อกล้วย” เพื่อเพิ่มผลผลิตกล้วย ให้ออกทันตามความต้องการของตลาด และประหยัดค่าใช้จ่าย
“กล้วย” เป็นผลไม้ที่คนไทยนิยมปลูก เพราะทั้ง ต้น ผล และปลีกล้วย ต่างนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะผลกล้วยที่ ให้คุณค่าทางอาหารอย่างมาก นอกจากจะรับประทานสดได้แล้วยังนิยมนำไปแปรรูปเป็นอาหารต่างๆ ได้อีกด้วย อาทิ กล้วยปิ้ง กล้วยเชื่อม กล้วยฉาบ กล้วยบวชชี และอื่นๆ อีกมากมาย
จึงทำให้เกษตรกรหลายท่านมองหาวิธีการขยายพันธุ์กล้วยด้วยวิธีใหม่ๆ เพื่อนำไปขยายพันธุ์ให้ทันตามที่ตลาดต้องการ
ในการขยายพันธุ์กล้วยเราสามารถทำได้หลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็จะให้จำนวนต้นพันธุ์ที่แตกต่างกัน
อาทิ การนำหน่อกล้วยไปขยายพันธุ์ การขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การขยายพันธุ์ด้วยการผ่าหน่อกล้วย
ในปัจจุบันการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นวิธีที่นิยมทำกันมาก เพราะสามารถขยายพันธุ์จาก 1 ต้น ให้ได้ต้นพันธุ์กล้วยครั้งละมากๆ ในเวลาอันสั้น แต่หากพูดถึงขั้นตอนการทำนั้นก็ยุ่งยาก รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการผลิตก็สูงตามไปด้วย
จึงทำให้ที่สวนเลือกใช้วิธีการ “ผ่าหน่อกล้วย” มากกว่าการเพราะเลี้ยงเนื้อเยื้อ เพราะในการผ่าหน่อกล้วย ทำให้ได้ต้นพันธ์กล้วยมากกว่าหนึ่งต้น ประหยัดค่าใช้จ่าย และเกษตรกรทั่วไปก็ทำได้เช่นกัน ซึ่งอุปกรณ์และขั้นตอนมีดังนี้
เตรียมอุปกรณ์
หน่อกล้วยอายุประมาณ 3 เดือน
มีด , เขียง
ถุงดำ ขนาด4 x 8 นิ้ว
กะละมัง
ขี้เถ้าแกลบ
ยาฆ่าเชื้อรา
a224
ขั้นตอนการทำ
นำหน่อกล้วยอายุประมาณ 3 เดือนขึ้นไปที่ยังไม่มีเครือกล้วยมาตัดลำต้น ตัดราก และตกแต่งเหง้าให้สวย
จากนั้น แบ่งเหง้าเป็น 2 ส่วน
และนำแต่ละส่วนมาแบ่งเป็น 3 – 4 ชิ้น (แล้วแต่ขนาดของหน่อกล้วย) ขนาดชิ้นละประมาณ 2 นิ้ว ตกแต่งแต่ละชิ้นให้สวย
และนำไปแช่ในน้ำยาฆ่าเชื้อราประมาณ 5 นาที
นำถุงดำขนาด 4 x 8 นิ้วมาใส่ขี้เถ้าแกลบให้ได้เกือบครึ่งของถุงที่เตรียมไว้ จากนั้นนำชิ้นกล้วยที่แช่น้ำยาฆ่าเชื้อราแล้ว ใส่ลงในถุงดำ โดยคว่ำส่วนเนื้อในลง
กลบด้วยขี้เถาแกลบอีกครั้ง และรดน้ำทุกเช้าเป็นเวลาประมาณ 45 วัน
เพียงเท่านี้ก็จะได้ต้นพันธุ์กล้วยที่แข็งแรงประมาณ 4 – 12 ต้น ให้ได้นำไปปลูกไว้รับประทาน
สำหรับเกษตรกรท่านใดสนใจ พันธุ์กล้วยจากวิธีการผ่าหน่อ และ กล้วยจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
สามารถสอบถามติดต่อได้ที่ คุณ ภุมเรียง เทพทอง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี หมู่ 12 ต.พลับพลาไชย อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี 72160
โทร 08-1 018-25 17
a205



ที่มา : เพจ เกษตรกรก้าวหน้า

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

ใครจะเชื่อว่า การรับประทานกล้วยหอม กลายเป็น
สูตรลดน้ำหนักสุดฮิต ที่สาวหนุ่มแดนซากุระแห่ทำตามจนแทบแย่งชิงกันเพื่อให้ได้กล้วยหอมมาครอบครอง หวังลดน้ำหนักได้เพรียวกันถ้วนหน้า 
กล้วย

………. 
สูตรลดน้ำหนัก
  ที่ตกเป็นข่าวโจษขานเมื่อไม่นานมานี้ แนะนำให้ กินกล้วยหอม 1-2 ผล พร้อมกับน้ำในอุณหภูมิห้องในมื้อเช้า ส่วนมื้อกลางวันและเย็นสามารถกินได้ตามปกติ อาจจะเพิ่มอาหารว่างตอนบ่ายสาม สิ่งสำคัญคืองดของหวานและเข้านอนก่อนเที่ยงคืน
“ในทางโภชนาการแล้ว สูตรดังกล่าวสามารถลดน้ำหนักได้จริง หากเป็นคนที่ไม่ทานอาหารเช้าเลยหรือทานอาหารเช้าที่หนักเกินไป” แววตา เอกชาวนา นักโภชนาการ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อธิบายความเป็นไปได้
กล้วยหอม 1 ลูก น้ำหนักประมาณ 100 กรัม (ไม่รวมเปลือก) จะให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี ในกรณีที่กินข้าวเช้าตามปกติ เช่น ข้าวมันไก่ 1 จาน ที่ให้พลังงาน 500 กิโลแคลอรี หากเปลี่ยนมากินกล้วยหอมเป็นมื้อเช้าก็จะได้แคลอรีน้อยลง ในขณะเดียวกันหากว่ากันตามสูตรก็จะให้กินพร้อมกับน้ำทำให้อิ่มเร็วขึ้น
สำหรับคนที่ไม่เคยกินข้าวเช้า นักโภชนาการบอกว่า สูตรนี้ช่วยได้อย่างมากเนื่องจากจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ได้รับอาหารเช้าซึ่งเป็นมื้อที่จำเป็นต่อร่างกายและสมอง

“ในสังคมปัจจุบัน คนเร่งรีบจนไม่กินอาหารเช้าหรือดื่มเพียงกาแฟ 1 แก้ว ซึ่งส่งผลต่อระบบการเผาผลาญในร่างกาย กล้วยหอมจะถือเป็นอาหารมื้อเช้า ที่ช่วยให้ระบบการเผาผลาญทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
ใน  “กล้วย”  นอกจากจะมีคาร์โบไฮเดรต และไฟเบอร์ ยังมีน้ำตาลทั้งกลูโคส, ฟลุกโตส และซูโคส ที่ช่วยเพิ่มพลังกายและสมอง ให้สามารถนำไปใช้ได้เลย ทำให้นักโภชนาการมองว่า สูตรลดน้ำหนักด้วยกล้วยนี้ จะเป็นที่นิยมนานกว่าสูตรอื่น เนื่องจากเป็นสูตรที่ง่าย ราคาไม่แพง แถมยังอร่อย ทำให้คนไม่ฝืนใจกิน ในขณะเดียวกันก็สามารถใช้กับกล้วยประเภทอื่น ได้ไม่ว่าจะเป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยไข่
185884489
นอกจากรับประทานกล้วยแล้ว ข้อห้ามเกี่ยวกับของหวานและการนอน ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ดี น.ส.แววตาชี้ว่า ของหวาน เป็นอุปสรรคสำคัญในการลดน้ำหนัก ขณะที่การจัดเวลาของว่างช่วงบ่ายสามโมงก็ถือว่าดี จากเดิมที่คนไทยกินของว่างไม่เป็นเวลา ก็จะช่วยให้นาฬิการ่างกายเรียนรู้ และปรับระบบเผาผลาญในช่วงเวลานั้นส่วนการนอนก่อนเที่ยงคืน ก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบเผาผลาญได้อีกทางหนึ่ง
อย่างไรก็ดี นักโภชนาการแนะนำว่า สูตรนี้เหมาะกับคนที่ไม่รับประทานอาหารเช้า หรือรับประทานอาหารเช้าที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ผู้ที่ไม่ควรลิ้มลองคือ ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคไต เนื่องจากกล้วยมีน้ำตาลและโปแตสเซียมสูง ในขณะที่ผู้ที่รับประทานอาหารเช้าเพื่อสุขภาพอยู่แล้วก็ไม่จำเป็น อาทิเช่น คอร์นเฟลกกับนม, ข้าวกับแกงจืดตำลึง หรือ ข้าวกับไก่ผัดขิง เป็นต้น
ในขณะเดียวกัน สูตรลดน้ำหนักนี้ก็ไม่เหมาะกับเด็กวัยเรียน เนื่องจากเด็กวัยนี้ต้องการโปรตีนในช่วงเช้าเพื่อเป็นแหล่งพลังงานระหว่างวัน โดยนักโภชนาการแนะว่า หากต้องการลดน้ำหนักอาจจะปรับสูตร เช่น กล้วยกับหมูปิ้ง กล้วยกับไข่ต้ม หรือกล้วยกับชีสแบบไขมันต่ำ
นักโภชนาการยังบอกด้วยว่า ไม่เฉพาะแต่กล้วยที่สามารถนำไปใช้เป็นสูตรลดน้ำหนักได้ ผลไม้อื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน ผลไม้ที่ไม่หวานมาก ไม่หนักแป้ง และกินได้ง่าย เช่น แอปเปิ้ล แคนตาลูป หรือแตงโม เป็นต้น ในขณะเดียวกัน ก็ควรหลีกเลี่ยงทุเรียน, ขนุน ที่หวานจัดหรือผลไม้ที่เป็นกรดเช่น สับปะรด
สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำ เตือนทุกคนคือ กล้วย 1 ใบ ไม่ใช่อาหารมหัศจรรย์ที่จะทำให้คนเราผอม สวย สุขภาพดี เนื่องจากเป็นอาหารที่ไม่ครบ 5 หมู่ แต่กล้วยจะเป็นจุดเริ่มต้น ให้คนหันมารับประทานอาหารเช้าซึ่งเป็นมื้อสำคัญ และเพิ่มสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ในมื้ออื่นของวัน และต้องออกกำลังกายให้สมดุลกับอาหารที่กินเข้าไปในแต่ละวัน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีต่อไป”  น.ส.แววตา นักโภชนาการกล่าวทิ้งท้าย


ขอบคุณที่มาบทความจาก  www.ladytip.com

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558

10 ไอเดียทำขนมจากกล้วย สุดฟิน อร่อยง่าย ๆ แค่เรื่องกล้วย ๆ


          กล้วย เป็นผลไม้ที่สามารถหามากินได้ตลอดทั้งปี อุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินเค และแร่ธาตุที่มีประโยชน์กับร่างกายเราอีกมากมาย แถมยังมีรสชาติที่หวานอร่อย กินง่ายอีกต่างหาก ด้วยคุณสมบัติดี ๆ หลายข้อแบบนี้ กล้วยเลยเป็นได้มากกว่าผลไม้ธรรมดา ที่หลายคนนำมาดัดแปลงเป็นขนมได้สุดแสนฟิน อย่าง 10 ไอเดียของกินเล่นจากกล้วยต่อไปนี้ก็เช่นกัน ที่ถ้าได้ลิ้มลองดูสักนิด แล้วจะอร่อยไม่รู้ลืมกันเลยทีเดียว
10 ไอเดียทำขนมจากกล้วยสุดฟิน อร่อยง่าย ๆ เรื่องกล้วย ๆ
 ดูวิธีทำได้ที่ food52.com 

1. คุกกี้กล้วยหอม

            กล้วยหอมเป็นกล้วยที่ถูกนำมาทำเป็นขนมหลายอย่าง เพราะหอมอร่อย เหมาะจะทำเป็นขนมหวาน ไอเดียอาหารกินเล่นนี้เลยหยิบกล้วยหอมมาทำคุกกี้ซะเลย บดกล้วยหอมให้ละเอียด แล้วนำไปคลุกเคล้ากับส่วนผสมสำหรับทำคุกกี้ อบให้กรุบกรอบอีกสักนิด ก็ได้ลิ้มรสคุ้กกี้กล้วยหอมที่อร่อยกินเพลินแล้วจ้า

10 ไอเดียทำขนมจากกล้วยสุดฟิน อร่อยง่าย ๆ เรื่องกล้วย ๆ
 ดูวิธีทำได้ที่ food52.com 

2. ขนมปังกล้วยหอมช็อกโกแลตชิพ
            
          ใครที่เคยอบขนมปังรับประทานเอง คราวนี้ลองเสริมไอเดียแจ่ม ๆ ให้ขนมปังสักหน่อยดีกว่า กับขนมปังกล้วยหอมแต่เพิ่มช็อกโกแลตชิพลงไปในส่วนผสมของขนมปัง จากนั้นก็นำไปอบตามปกติ แค่นี้ก็จะได้ขนมปังอบโฮมเมดที่น่ากินมากกว่าเดิมแล้วจ้า

10 ไอเดียทำขนมจากกล้วยสุดฟิน อร่อยง่าย ๆ เรื่องกล้วย ๆ
 ดูวิธีทำได้ที่ food52.com 

3. กล้วยอบน้ำเชื่อมเมเปิล
            
          เมนูนี้จะใช้กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า หรือกล้วยไข่ รวมถึงกล้วยหักมุกก็ได้หมด แค่นำมาฝานครึ่ง แล้วอบให้พอส่งกลิ่นหอมอบอวล เสร็จแล้วก็นำออกมาราดน้ำเชื่อมกลิ่นเมเปิ้ล แล้วโรยเมล็ดอัลมอนด์อบแห้งบดปิดท้าย หรือถ้าใครโปรดปรานรสชาติของช็อกโกแลต จะราดช็อกโกแลตลงไปด้วยก็ได้จ้า

10 ไอเดียทำขนมจากกล้วยสุดฟิน อร่อยง่าย ๆ เรื่องกล้วย ๆ
ดูวิธีทำได้ที่ food52.com 

4. ไอศกรีมกล้วยหอมเคลือบช็อกโกแลต
            
          ไอเดียของหวานสุดง่ายนี้น่าลิ้มลองมากทีเดียว แค่คุณหั่นกล้วยครึ่งหนึ่งในแนวเฉียง เสร็จแล้วก็นำไปเสียบไม้ไอศกรีม แล้วนำกล้วยไปแช่แข็งจนกลายเป็นไอศกรีม ระหว่างรอนั้น ก็มาเคี่ยวน้ำผึ้งผสมอบเชย ต่อด้วยอบพีนัท หรือเมล็ดอัลมอนด์คั่วบด และตุ๋นช็อกโกแลตให้เหลวได้ที่ จากนั้นก็ใส่น้ำผึ้งที่เคี่ยวไว้ลงไป คนจนทุกอย่างเข้ากัน แล้วนำกล้วยแช่แข็งมาจุ่มเคลือบช็อกโกแลตประมาณครึ่งส่วน จากนั้นก็ทิ้งไว้ให้ช็อกโกแลตแข็งตัว เสร็จแล้วก็นำไปเสิร์ฟได้เลยค่ะ

10 ไอเดียทำขนมจากกล้วยสุดฟิน อร่อยง่าย ๆ เรื่องกล้วย ๆ
 ดูวิธีทำได้ที่ tablespoon.com 

5. กล้วยหอมยัดไส้มาร์ชเมลโล่
            
          อีกหนึ่งเมนูที่ต้องบอกว่าอร่อยสุด ๆ ทำไม่ยากด้วย แค่ปอกเปลือกกล้วยหอมแล้วนำมากรีดตรงกลางผล จากนั้นก็ลงมือยัดไส้กล้วยหอมด้วยมาร์ชเมลโล่และช็อกโกแลตชิพได้เลย อัดเข้าไปแบบจัดหนัก แล้วก็ห่อด้วยกระดาษอลูมิเนียมฟลอยด์ แล้วนำไปอบจนกล้วยสุก พอส่งกลิ่นหอมฉุย ๆ ก็นำกล้วยออกมาจากเตาอบแล้วรับประทานกันได้เลยจ้า

10 ไอเดียทำขนมจากกล้วยสุดฟิน อร่อยง่าย ๆ เรื่องกล้วย ๆ
ดูวิธีทำได้ที่ ohmyveggies.com 

6. เกี๊ยวทอดไส้กล้วย
            
          ไอเดียอาหารหวานกึ่งของคาวอย่างเกี๊ยวห่อกล้วยก็ทำไม่ยาก เริ่มจากบดกล้วยหอมด้วยส้อม ผสมน้ำผึ้งและปรุงรสเพิ่มรสชาติลงไปอีกนิด จากนั้นก็เทกะทิสดลงไปอีกหน่อย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำแผ่นเกี๊ยวมาห่อจับจีบตามใจชอบ จากนั้นก็นำไปทอดจนสุก ก่อนเสิร์ฟก็ราดด้วยน้ำจิ้มกะทิสด หรือน้ำจิ้มบ๊วยก็แล้วแต่จะเลือกเลยค่ะ

10 ไอเดียทำขนมจากกล้วยสุดฟิน อร่อยง่าย ๆ เรื่องกล้วย ๆ
ดูวิธีทำได้ที่ girlsgonefood.com 

7. กล้วยเชื่อมน้ำมันมะกอก
            
          เลือกชนิดกล้วยตามที่ชอบ แล้วนำมาหั่นเป็นแว่น ขนาดหนาพอสมควร จากนั้นก็เชื่อมกับน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก และผงอบเชยอีกหน่อย เคี่ยวให้น้ำข้นเหนียว แล้วตักขึ้นมาใส่จาน ราดด้วยน้ำเชื่อมที่ติดอยู่ในกะทะ ปิดท้ายขนมหวาน ไอเดียดีอย่างสวยงาม

10 ไอเดียทำขนมจากกล้วยสุดฟิน อร่อยง่าย ๆ เรื่องกล้วย ๆ
ดูวิธีทำได้ที่ fitsugar.com 

8. แซนด์วิชกล้วยกับเนยถั่ว
            
          จะบอกว่าเมนูของกินเล่นจานนี้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพก็ไม่ผิดนัก เพราะเราจะหั่นกล้วยเป็นแว่น แล้วทาด้วยเนยถั่วให้แน่น ๆ จากนั้นก็นำกล้วยอีกชิ้นมาประกบเป็นแซนด์วิชกล้วยชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปแช่แข็งสักหน่อย หยิบกินเมื่อไรก็อร่อยแบบรักสุขภาพทุกทีเลยล่ะ

10 ไอเดียทำขนมจากกล้วยสุดฟิน อร่อยง่าย ๆ เรื่องกล้วย ๆ
 ดูวิธีทำได้ที่ bsinthekitchen.com 

9. บานาน่าครีมพาย
            
          ใครที่ชอบกินทาร์ต หรือครีมพายเป็นชีวิตจิตใจ แนะนำให้ลองทำเมนูบานาน่าครีมพายสูตรนี้ได้เลย เริ่มแรกก็บดขนมปังกรอบจนละเอียดทำเป็นถาดทาร์ตกันก่อน อัดให้แน่น ๆ หน่อย จากนั้นก็หั่นกล้วยเป็นชิ้นแว่น แล้วนำมาวางเรียงให้เต็มถาดทาร์ต เสร็จแล้วก็ราดครีมพายที่ผสมไว้จนเต็ม แล้วนำไปแช่เย็นสัก 6 ชั่วโมง ก่อนตัดเป็นชิ้นแล้วเสิร์ฟ อร่อย

10 ไอเดียทำขนมจากกล้วยสุดฟิน อร่อยง่าย ๆ เรื่องกล้วย ๆ
ดูวิธีทำได้ที่ food-pusher.com 

10. บานาน่าพุดดิ้งชิ้นจิ๋ว

          สำหรับใครที่กำลังมองหาเมนูของกินเล่นอร่อยล้ำ แนะนำให้ทำบานาน่าพุดดิ้งชิ้นจิ๋วเสิร์ฟกันเลย เริ่มจากหาซื้อแครกเกอร์แผ่นสี่เหลี่ยมพอดีคำ จากนั้นก็หั่นกล้วยเป็นชิ้นแว่น แล้วก็เตรียมผสมครีมพายให้เรียบร้อย เสร็จแล้วก็วางกล้วยไว้บนแผ่นขนมปังกรอบ ตักครีมพายที่ผสมไว้กองลงไป ตามด้วยหยอดวิปครีมเพิ่มความหอมมันให้ฟินกันอีกหน่อย แค่นี้ก็จะได้ของกินเล่นที่อร่อยสุด ๆ แล้วจ้า

            เมนูของกินเล่นจากกล้วยทั้ง 10 เมนูของเราน่ากินมาก ๆ เลยเนอะ ถ้าอยากลิ้มรสชาติอร่อยแบบฟิน ๆ กันบ้างก็ลองทำกันดูนะคะ




ลุงสุขนาโน อาหารเสริมพืช

ที่มา :กระปุกดอทคอม





วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

กล้วยหอม ส่งออก...!!!

อีสาน...แหล่งผลิตกล้วยหอมทองส่งญี่ปุ่น…แห่งใหม่
พื้นที่ปลูกกว่า 100 ไร่ ในพื้นที่ปลูก 7 จังหวัด
หากพูดถึงภาคอีสานเชื่อว่าทุกคนนึกถึงภาพทุ่งรวงทองของนาข้าวที่ยึดครองพื้นที่ในภาคอีสานมาอย่างยาวนาน หรือวันนี้หลายคนอาจนึกถึงสวนยางพาราที่กำลังเป็นพืชเศรษฐกิจมาแรงของพื้นที่ภาคอีสาน ใครจะไปคิดว่าวันนี้ภาคอีสานจะกลายเป็นแหล่งผลิตกล้วยหอมทองส่งญี่ปุ่นแห่งใหม่ที่กำลังขยายการผลิตอย่างรุดหน้าด้วยเครือข่ายการผลิตที่กระจายออกไปมากถึง 7
จังหวัดในภาคอีสาน
ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างฐานการผลิตที่จะทำให้อีสานกลายเป็นแหล่งผลิตกล้วยหอมทองแห่งใหม่แหล่งใหญ่ของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้


จุดเริ่มต้นของการปลูกกล้วยหอมทองสู่การขยายเครือข่ายกว่า 7 จังหวัด
คุณจักรินทร์ โพธิ์เพิ่ม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมทอง จ.อุดรธานี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกกล้วยหอมทองในภาคอีสานที่เสมือนเป็นพืชแปลกถิ่นเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้วว่า คุณพ่อของเขาเริ่มต้นนำกล้วยหอมทองมาปลูกที่อุดรธานีเมื่อปี 2537 เพื่อเป็นพืชสร้างรายได้หลังวัยเกษียณที่บ้านเกิด ตอนนั้นคุณจักรินทร์ยังทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ จากพื้นที่ปลูกกล้วยครั้งแรก 3 ไร่ ก็ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และขยายสู่แปลงอื่นๆของเพื่อนบ้านหลังจากที่เห็นกล้วยหอมเป็นพืชสร้างรายได้ดีกว่าการทำนา และจากกล้วยที่ปลูกเพื่อส่งขายตลาดในหมู่บ้านก็ขยายเป็นตลาดในอำเภอ ในจังหวัดและขยายสู่จังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสาน โดยเฉพาะตลาดริมทางที่ บ้านเดื่อ จ.หนองคายซึ่งสร้างชื่อเสียงของกล้วยหอมทองให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ยอดการขายกล้วยหอมทองผ่านตลาดริมทางนี้สูงจนทำให้มีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นมากเนื่องจากเป็นจุดผ่านของนักท่องเที่ยวปริมาณมาก จนกระทั่งปี 2552 ทางสำนักงานเกษตรได้เข้ามาส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขึ้น และในปีนี้เองที่กล้วยหอมทองจากแหล่งผลิตที่นี่ได้มีโอกาสโกอินเตอร์ไปยังประเทศโดยผ่าน บริษัท แพน แปซิฟิค จำกัด
ผู้รับซื้อกล้วยหอมทองส่งญี่ปุ่นรายใหญ่ของบ้านเรา วันนี้ตลาดขยายเพิ่มไปอีก 2 ประเทศ คือ จีนและเกาหลี



วันนี้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนขยายเครือข่ายไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อร่วมกันผลิตกล้วยหอมทองส่งญี่ปุ่นไปพร้อมกับขยายตลาดในประเทศด้วย ปัจจุบันมีสมาชิกร่วม 100 คน จากครั้งแรก 5 จังหวัด นั่นคือ อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย สกลนคร ตอนนี้ขยายเพิ่มอีก 2 จังหวัด นั่นคือ ศรีสะเกษและบุรีรัมย์ โดยจะมีการวางแผนการปลูกให้กับสมาชิก โดยในแต่ละจุดของการปลูกจะต้องมีพื้นที่ปลูกกล้วยรวมกันอยู่ที่ 5,000-10,000 หน่อ หรือประมาณ 15-25 ไร่ (350-400 หน่อต่อไร่) เป็นอย่างน้อย เพื่อให้มีปริมาณกล้วยเพียงพอสำหรับการเก็บเกี่ยวและขนส่งใน 1 ตู้คอนเทรนเนอร์ ซึ่งก็จะมีปริมาณ 3-5 ตันในการเก็บเกี่ยวต่อครั้ง
ความได้เปรียบ-เสียเปรียบของการผลิตกล้วยในภาคอีสาน
คุณจักรินทร์กล่าวว่า พื้นที่อีสานได้เปรียบตรงที่เป็นพื้นที่ใหม่ในการปลูกกล้วย การสะสมของโรค-แมลงยังน้อย ระบบนิเวศน์และสภาพแวดล้อมยังสมบูรณ์ ขณะที่ในพื้นที่ที่กล้วยมานานการเจริญเติบโตจะสู้พื้นที่ใหม่ไม่ได้ กล้วยปลูกซ้ำที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค การให้ผลผลิตก็ไม่ค่อยดี อีสานได้เปรียบในเรื่องของการจัดการที่ง่าย ต้นทุนค่าปุ๋ยและสารเคมีน้อยกว่าเขตอื่น แต่พื้นที่เขตอีสานก็เสียเปรียบตรงที่หาพื้นที่ยากเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้ง การลงทุนในเรื่องของระบบน้ำก็อาจจะสูงกว่าพื้นที่อื่น การวางแผนการผลิตต้องสัมพันธ์กับพื้นที่ อย่างพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำจะให้ปลูกช่วง เม.ย.-มิ.ย. พื้นที่ไม่มีแหล่งน้ำให้ปลูกช่วง ต.ค.-ม.ค. ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพื้นที่ไม่มีแหล่งน้ำ ทำให้ผลผลิตส่วนใหญ่จะออกมากในช่วงเดือน ส.ค.-พ.ย. ส่วนช่วงอื่นก็จะมีผลผลิตประปรายตลอดทั้งปี ซึ่งก่อนปลูกจะมีเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่ให้ก่อนปลูกทุกครั้ง


ตลาดและการรับซื้อ
ในส่วนของตลาดคุณจักรินทร์บอกว่า ที่นี่เน้นตลาดต่างประเทศเป็นหลัก โดยมีปริมาณผลผลิตประมาณ 10 ตัน/สัปดาห์ การแพ็คกิ้งและการขนส่งตอนนี้จะใช้วิธีนำคอนเทรนเนอร์เข้าไปในพื้นที่แปลงกล้วยที่เก็บเกี่ยว เพื่อสะดวกในการขนส่ง การเก็บเกี่ยวก็จะตัดกล้วยจากแปลงมาแขวนที่จุดแพ็คซึ่งทำโรงแพ็คแบบง่ายๆ จากนั้นตัดเป็นหวี ตรวจเช็คคุณภาพ น้ำหนักกล้วยต่อผลต้องไม่ต่ำกว่า 110 กรัม ถ้า 1 หวี มี 10 ลูก น้ำหนักต่อหวีก็ต้อง 1 กก.1 ขีด เป็นต้น จากนั้นก็จะนำมาล้างทำความสะอาด เป่าให้แห้ง ตรวจเช็คแมลงและสิ่งสกปรกอีกรอบก่อนจะบรรจุลงกล่องโดยรองบับเบิ้ลในกล่องก่อน และมีการติดบาร์โค้ท 1 บาร์โค้ทต่อกล้วย 3 ลูกเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้เมื่อกล้วยมีปัญหา ในส่วนของราคารับซื้อทางกลุ่มจะประกันราคารับซื้อให้กับสมาชิกที่ 15 บาท/กก. ส่วนกล้วยที่ตกเกรดหรือกล้วยหวีเล็กที่อยู่บริเวณหัวและท้ายหวีก็จะขายตลาดในประเทศและนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า
การลงทุนและผลตอบแทน
ในส่วนของต้นทุนการผลิตประเมินไว้ที่ 22,000-25,000 บาทต่อไร่ โดย 1 ไร่ ปลูกกล้วยได้ 350-400 ต้น เท่ากับว่า 1 ไร่ จะได้กล้วย 350-400 เครือ น้ำหนักกล้วยต่อเครือ 10-15 กก. ราคารับซื้อ 15 บาท/กก. หรือถ้าคิดเป็นเครือก็ประมาณเครือละ 180-200 บาท รายได้ต่อไร่ก็จะอยู่ที่ 50,000-60,000 บาท
นับเป็นรายได้ที่น่าจูงใจอย่างมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่เกษตรกรให้ความสนใจในการขยายพื้นที่ปลูกกันมาก แต่ข้อจำกัดของพื้นที่ภาคอีสานก็คือเรื่องของแหล่งน้ำอย่างที่บอกจึงทำให้การขยายพื้นที่จึงจำกัดอยู่

การดูแลสวนกล้วย
การปลูกกล้วยที่นี่จะใช้ระยะปลูก 2x2 เมตร 1 ไร่ ปลูกได้ 350-400 หน่อ หน่อที่นำมาปลูกต้องเป็นหน่อจากต้นที่มีอายุอายุ 1 ปีขึ้นไปจึงจะเป็นหน่อที่สมบูรณ์ ราคาหน่อกล้วยที่ขาย 8-10 บาท/หน่อ การให้น้ำที่นี่มีทั้งปล่อยไปตามร่องและใช้น้ำหยด
โดยลงทุนค่าน้ำหยดไร่ละ 3,000 บาท สามารถควบคุมการให้น้ำได้ ควบคุมความชื้นได้ การให้ปุ๋ยจะให้ครั้งแรกช่วงรองพื้นก่อนปลูกครั้งหนึ่ง เมื่อกล้วยอายุ 1 เดือนเริ่มให้ 15-15-15 อัตรา 100-150 กรัม/ต้น อายุ 3-4 เดือน ให้สูตรเดิม อัตรา 200-300 กรัม/ต้น อายุ 5 เดือน ให้ 20-15-20 อัตรา 200-300 กรัม/ต้น
เมื่อกล้วยอายุ 4 เดือนจะแต่งหน่อที่แตกออกมารอบต้นออก หลังจากนั้นจะคอยแต่งหน่อทุก 10-15 วันครั้ง

ส่วนใบกล้วยคุณจักรินทร์บอกว่าถ้าจะให้ดีควรเก็บใบไว้ให้มากที่สุด ตัดแต่งเฉพาะใบที่เสื่อมสภาพ หมดอายุออก โดยจะไว้ใบต่อต้นประมาณ 10 ใบ ซึ่งถือว่าดีที่สุด
กล้วยอายุ 6 เดือนจะเริ่มออกปลี หลังจากกล้วยแทงสุดปลีแล้วจะตัดปลีออก

และหลังตัดปลีไม่เกิน 15 วัน จะหุ้มเครือด้วยถุงพลาสติกสีฟ้า (เอธีลีนโพลีน)แบบเปิดด้านล่าง โดยหุ้มทั้งเครือ และหุ้มทุกเครือ เพื่อให้ผิวกล้วยสวย
และป้องกันแมลงทำลาย ส่วนการตัดใบธง ตัดเมื่อใบธงเริ่มหักก่อนที่จะเสียดสีกับผิวกล้วย

หลังตัดปลีประมาณ 60-70 วันก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ ถ้านับอายุตั้งแต่เริ่มปลูกก็ประมาณ 9-10 เดือนหรือประมาณ 1 ปี การปลูกกล้วยเพื่อส่งออกจะไม่มีการใช้สารเคมีหรือหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีให้มากที่สุด ประกอบกับที่นี่เป็นพื้นที่ใหม่จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค-แมลง ก็ไม่ค่อยมีการใช้สารเคมีกันอยู่แล้ว
วันนี้กล้วยหอมทองในอีสานกลายเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่สร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกรในพื้นที่ และได้รับความสนใจอย่างมากจากเกษตรกร เนื่องจากผลตอบแทนสูงกว่าพืชเดิมที่ชาวบ้านปลูกกันมานานจนกลายเป็นวิถีชีวิต





ที่มา:
http://www.vigotech.co.th/

www.dokmy.com
ประโยชน์ "กล้วยหอม" 
ชื่อวิทยาศาสตร์:    Musa (AAA group) "Kluai Hom thong"
ชื่อวงศ์:    MUSACEAE
ชื่อสามัญ:    Gros Michel
ชื่อพื้นเมือง:    กล้วยหอม
ลักษณะทั่วไป:
    ต้น    ลำต้นสูง 2.5 - 3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 20 เซนติเมตร กาบลำต้นด้นนอกมีประดำ ด้นในสีเขียวอ่อน และมีเส้นลายสีชมพู

    ใบ    ก้านใบมีร่องค่อนข้างกว้าง และ มีปีก เส้นกลางใบสีเขียว

    ดอก    ก้านเครือมีขน ปลีรูปไข่ ค่อนข้างยาว ปลายแหลม ด้านบนสีแดงอมม่วง มีไข ด้านในสีแดงซีด

    ฝัก/ผล    เครือหนึ่งมี 4 - 6 หวี หวีหนึ่งมี 12 - 16 ผล กว้าง 3 - 4 เซนติเมตร ยาว 21 - 25 เซนติเมตร ปลายผลมีจุก เห็ดชัดเปลือกบาง เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง แต่ที่ปลายจุกจะมีสีเขียว แล้วเปลี่ยนสีภายหลัง เนื้อสีเหลืองเข้ม กลิ่นหอม รสหวาน

การขยายพันธุ์:    หน่อ
การดูแลรักษา:  ชอบดินที่มีการระบายน้ำดี และอุดมสมบูรณ์
การใช้ประโยชน์:    ผลใช้รับประทานสด
แหล่งที่พบ:    พบทั่วไป

ประโยชน์ของกล้วยหอม
กล้วยหอมมีสารน้ำตาลอยู่ 3 ชนิดคือ ซุคโคส ฟรุคโตสและกลูโคส (sucrose, fructose and glucose) รวมทั้งเส้นใยอาหาร มันจะให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ได้ทันที
เขาวิจัยมาแล้วว่ากล้วยหอม 2 ใบให้พลังงานเพียงพอให้เราทำงานถึง 90 นาที ไม่ต้องสงสัยเลยนะครับ นักกีฬาระดับโลกถึงชอบกินกล้วยหอมกันนัก (เคยเห็นในสนามเทนนิส พอพักเบรคบางคนหยิบกล้วยหอม มากัดกินสัก 2-3 คำ)
ยังไม่หมดนะ เจ้ากล้วยยังมีคุณอนันต์ ป้องกันโรคภัยและภาวะต่างๆ ของร่างกายได้อีกด้วย


ความเศร้าซึม
จากการสำรวจและวิจัยไต่ถามพร้อมสุ่มตัวอย่างจากคนไข้ ที่ป่วยเป็นโรคเศร้าซีม พบว่าส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กินกล้วยหอมเพราะว่าม ัน tryptophan ซึ่งเป็นกรดอะมิโนโปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายสามารถแปลงเป็น serotonin
สารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

pms (premenstrual syndrome)
สำหรับสุภาพสตรีแล้วก่อนที่จะมีประจำเดือน อารมณ์จะหงุดหงิดง่าย ไม่อยู่กับร่องรอยและก่อให้เกิดสภาวะต่อร่างกาย เช่นปวดท้อง ปวดหัว ฯลฯ รีบกินกล้วยหอมซะดี ๆ ยาแก้ปวดลืมไปได้เลย มันสามารถป้องกันได้

โรคโลหิตจาง (Anemia)
ธาตุเหล็กในกล้วยหอมสามารถที่จะกระตุ้นร่างกายให้ผลิต Hemoglobin (ฮีโมโกลบิน) ในกระแสโลหิตช่วยหยุดยั้งภาวะโลหิตจางได้ แต่คงไม่ช่วยแก้โรคทรัพย์จางได้หรอกนะ

ความดันโลหิต (Blood Pressure)
กล้วยหอมมีเกลือโปแตสเซียมเหลืองอยู่เยอะ เป็นตัวช่วยความดันเลือดจนกระทั่ง US Food and Drug Administration อนุมัติให้กล้วยหอมยอดผลไม้มีส่วนช่วยลดภาวะความเสี่ ยงความดันได้จริง

เสริมสร้างพลังสมอง (Brain Power)
ที่อังกฤษในแค้วน Middlesex มีนักเรียนจำนวน 200 คนจาก Twickenham school อ้างว่าพวกเขาสอบผ่านเพราะได้กิตกล้วยหอมเป็นอาหารเช ้า รวมทั้งกินอีกนิดหน่อยในตอนมื้อเที่ยงเพื่อทำให้สมอง สดชื่น เขาได้วิจัยพบว่าโปแตสเซียมในกล้วยช่วยนักเรียนให้ตื ่นตัวอยู่เสมอ

อาการท้องผูก (Constipation)
เส้นใยอาหารในกล้วยหอมช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกาย ทำงานได้ดี

เมาค้าง (Hangovers)
วิธีแก้เมาค้างที่เร็วและดีอีกวิธีหนึ่งก็คือกินกล้ว ยหอมปั่น banana milkshake โดยการใส่น้ำผึ้งลงไปด้วย ด้วยสรรพคุณของน้ำผึ้งและสารวิตามินในกล้วยจะช่วยให้ ปรับระดับน้ำตาลในเส้นเลือด และทำให้กระเพาะอาหารอยู่ในสภาวะที่พร้อมทำงานได้เร็วขึ้น

จุกเสียดแน่นท้อง (Heartburn)
กล้วยหอมมีสารลดกรดตามธรรมชาติอยู่ ดังนั้นการกินกล้วยก็จะช่วยให้ลดอาการดังกล่าว


Morning Sickness
ไม่รู้ว่าจะแปลว่าอะไรดีนะอาการงี่เง่าตอนเช้าเช่ นไม่อยากจะตื่นบ้าง ฯลฯ ถ้าเรากินกล้วยหอมสักคำ 2คำระหว่างมื้อเช้า เที่ยงหรือเย็น มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและแก้อาการดังกล่าว ในตอนเช้าได้

บรรเทาแผลยุงกัด
ก่อนที่จะใช้ยาทาลองใช้เปลือกกล้วยหอมด้านในถูบริเวณที่ถูกยุงกัด จะช่วยลดอาการคันหรือบวมได้คนส่วนใหญ่เป็นอย่าง นั้นจริง ๆ

ระบบประสาท (Nerves)
วิตามินบีที่มีอยู่มากในกล้ว ยหอมจะช่วยลดความเครียดอ่อนล้าได้

อ้วนจากทำงานมากเกินไป
ที่สถาบันจิตวิทยาในออสเตรียได้ศึกษาและพบว่าความเครียดจากที่ทำงานทำให้คนกินช็อกโกแล็ตและพวกโปเต้โต้ชิปส์มากเกินไปทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น จากที่กล่าวมาแล้วถ้ากินกล้วยหอมสักเล็ก ๆน้อย ๆประมาณทุกๆ  2 ชม. มันจะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดและลดการอยากกินของจุกจิก
แผลในลำไส้และกระเพาะอาหารรวมทั้งผิวหนังพุพองเป็นแผล (Ulcers )
สารและเส้นใยในกล้วยหอมช่วยให้การย่อยอาหารของลำไส้เล็กดีขึ้นรวมทั้งกรดต่าง ๆที่มีอยู่ทำให้มีการเคลือบผิวของกระเพาะลดการเป็นแผลในกระเพาะได้
ปรับระดับอุณหภูมิในร่างกาย (Temperature Control)
ในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรที่มีอากาศร้อนผู้คนชอบกินกล้วยหอมดับร้อนกันครับและเชื่อว่ามันเป็ นผลไม้เย็นฉ่ำชนิดหนึ่ง อย่างเช่นในไทยมีความเชื่อกันว่าผู้หญิงท้องควรกินกล้วยหอมเป็นประจำ เพื่อเด็กที่เกิดมาจะมีอารมณ์เยือกเย็นเช่นดังป๋าคูล เป็นต้น
ลดความอยากสูบบุหรี่
สำหรับท่านที่ต้องการเลิกบุหรี่ กล้วยหอมอาจช่วยท่านได้เพราะมีวิตามิน B6, B12 โปแตสเซียมและแม็กนีเซียม ที่มีอยู่มากจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วจากการขาดสารนิโคติน

เห็นไหมครับว่ากล้วยหอมนั้นเป็นยอดผลไม้จริงๆ เปรียบเทียบกับแอปเปิลแล้ว
กล้วยหอมมีโปรตีนมากกว่า 4 เท่า
มีคาร์โบไฮเดรทมากกว่า 2 เท่า
ฟอสฟลอรัสมากกว่า 3 เท่า
วิตามินเอและธาตุเหล็กมากกว่า 5 เท่า
วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆมากกว่า 2 เท่า


ที่มา : Lidawanbanana